สำหรับน้ำทิ้งโรงงานอุตสาหกรรมนำกลับมาใช้ใหม่ ช่วยประหยัดค่าน้ำของโรงงานอุตสาหกรรมได้ถึง 30-50% และยื่นขอใบรับรองมาตรฐานระดับสากล เช่น Water Footprint, ISO 14001 หรือ Eco Factory ได้ แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีในปัจจุบัน สามารถบำบัดน้ำเสียจากหลากหลายอุตสาหกรรมเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การรีไซเคิลและนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีการบำบัดเพื่อการนำน้ำทิ้งหลังบำบัดกลับมาใช้ใหม่สำหรับน้ำทิ้งโรงงานอุตสาหกรรม ขึ้นอยู่กับคุณภาพน้ำและงบลงทุน ระดับการนำน้ำกลับมาใช้ ดังนี้
น้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดแล้วนำมาใช้รดน้ำต้นไม้ในพื้นที่ส่วนกลาง, ล้างพื้น, ล้างล้อรถขนส่ง, หรือใช้ในชักโครก ค่าแนะนำสำหรับมาตรฐานคุณภาพน้ำสำหรับรดน้ำต้นไม้ พื้นที่สีเขียว
เกณฑ์คุณภาพน้ำ
ต้องการสารแขวนลอย TSS < 30 mg/L หรือบางมาตรฐานที่เข้มงวดอาจกำหนด < 20 mg/L และควรควบคุมค่า BOD ให้ต่ำ รวมถึงต้องผ่านการฆ่าเชื้อโรค (Disinfection) เช่น การเติมคลอรีน เพื่อป้องกันกลิ่นและการแพร่กระจายของเชื้อโรคในอากาศเวลารดน้ำ
การลงทุนโดยใช้งบประมาณต่ำสุด
ส่วนใหญ่ใช้ระบบบำบัดขั้นสอง (Secondary Treatment) เช่น Activated Sludge ทั่วไป แล้วผ่านการกรองทราย (Sand Filter)
การนำกลับมาใช้เติมในระบบ Cooling Tower ของโรงงาน
ระบบหอหล่อเย็น (Cooling Tower) น้ำที่ป้อนเข้าสู่ระบบหอหล่อเย็น จะถูกนำไปใช้สำหรับวัตถุประสงค์หลักๆ 2 ส่วน คือใช้ในการระเหยกลายเป็นไอเพื่อดึงความร้อนออกไปจากระบบ และใช้ในการระบายทิ้งเพื่อควบคุมปริมาณสารละลายในน้ำหล่อเย็นให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อควบคุมการกัดกร่อน การเกิดตะกรันหรือการอุดตัน และปริมาณจุลชีพในน้ำไม่ให้กระทบต่อการใช้งานและอุปกรณ์ต่างๆ ในระบบน้ำหล่อเย็น
เกณฑ์คุณภาพน้ำ
การลงทุนโดยใช้งบประมาณปานกลาง
มักต้องเติมระบบบำบัดขั้นสูง (Tertiary Treatment) เช่น ระบบตกตะกอนเคมีเพื่อลดความกระด้าง หรือการกรองด้วยคาร์บอน (Activated Carbon) ส่วนใหญ่ใช้ระบบบำบัดขั้นสอง (Secondary Treatment) เช่น Activated Sludge ทั่วไป แล้วผ่านการกรองทราย (Sand Filter) กับฆ่าเชื้อก็ใช้งานได้แล้ว
นำกลับเข้าไปใช้ในไลน์การผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม (เช่น ไลน์ล้างชิ้นงาน, ไลน์ผสม) หรือนำไปผลิตเป็นน้ำ DI / น้ำป้อนเข้าหม้อต้มไอน้ำ (Boiler)
ต้องใช้เทคโนโลยีเมมเบรนขั้นสูงร่วมกัน เช่น MBR (Membrane Bioreactor) + UF (Ultrafiltration) + RO (Reverse Osmosis) เพื่อกำจัดสารละลาย ไอออน สารอินทรีย์ และแร่ธาตุต่างๆ จนได้น้ำที่มีความบริสุทธิ์สูงเทียบเท่าน้ำประปาหรือดีกว่า
เทคโนโลยี Ultrafiltration (UF) จะใช้เมมเบรนที่มีขนาด pore sizes อยู่ที่ 0.01 – 0.02 µm UF มี ความสามารถในการกำจัดคอลลอยด์ แบคทีเรีย ไวรัส และสารประกอบอินทรีย์ที่มีมวลโมเลกุลสูง
เทคโนโลยีการกรองแบบ Reverse osmosis (RO) ระบบ RO สามารถกำจัดสารละลายต่างๆ ได้เนื ่องจากเมมเบรนยอมให้เฉพาะโมเลกุลของน้ำไหลผ่าน ไอออนต่างๆ ของเกลือถูกเมมเบรนผลักดันออกไปจึงไม่สามารถผ่านเมมเบรนได้ ส่วนโมเลกุลของสารอินทรีย์ นั้นไม่ถูกเมมเบรนผลักแต่ถูกกำจัดโดยการกรองติดค้าง (Sieve) ตัวอย่าง ระบบการนำน้ำที ่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ใหม่ของนิคมอุตสาหกรรมด้วยระบบ RO ปริมาณ 35,300 ลบ.ม./วัน
การลงทุนโดยใช้งบประมาณที่สูง เนื่องจากค่าแผ่นเมมเบรน ระบบปั๊มแรงดันสูง และค่าบำรุงรักษา (การล้างเมมเบรน) มีราคาสูง แต่คุ้มค่าในพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำน้ำดิบ
ระบบการบำบัดน้ำเสียแบบ Zero Liquid Discharge (ZLD) หรือระบบปล่อยน้ำเสียเป็นศูนย์ คือระบบที่ออกแบบมาเพื่อนำน้ำเสียผ่านกระบวนการทางกายภาพทางเคมี และทางความร้อน (Thermal) จนไม่เหลือของเหลวปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม โดยจะแบ่งผลลัพธ์ออกเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ คือ
เทคโนโลยีหลักที่ใช้ ได้แก่ กระบวนการทางความร้อน (Thermal) นำน้ำที่ผ่าน RO ในระดับ 3 ซึ่งจะมีส่วนหนึ่งที่เป็นน้ำเข้มข้นเข้มข้นสูง หรือ RO Brine ไปผ่านกระบวนการระเหยและตกผลึกด้วยความร้อน เช่น Evaporator และ Crystallizer เพื่อแยกเกลือ/กากอุตสาหกรรมออกมาเป็นของแข็งไปฝังกลบ ส่วนน้ำที่ระเหยจะถูกควบแน่นกลับมาใช้ใหม่ และกระบวนการใช้แผ่นกรอง (Membrane) ซึ่งมักจะทำงานร่วมกันเป็นระบบไฮบริด
การลงทุนโดยใช้งบประมาณสูงมากที่สุด ทั้ง CapEx (ต้นทุนการลงทุน) และ OpEx (ต้นทุนการดำเนินงาน) จากค่าพลังงานความร้อน เหมาะกับนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หรือโรงงานในพื้นที่ที่มีกฎหมายสิ่งแวดล้อมเข้มงวดห้ามระบายน้ำทิ้งเด็ดขาด
สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
แหล่งข้อมูลอ้างอิง : สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)ศ.ดร.ชวลิต-รัตนธรรมสกุล.pdf
Copyright © Siam Environmental Technologies Co., Ltd.