5 ประเด็นหลัก ตามกฎกระทรวงฯการปฏิบัติงานควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย ที่เจ้าของกิจการต้องรู้

กฎกระทรวงการปฏิบัติงานเป็นผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย และผู้รับจ้างให้บริการบำบัดน้ำเสีย พ.ศ. 2567 (ออกตามความในมาตรา 73 แห่ง พ.ร.บ. สิ่งแวดล้อมฯ 2535) โดยมีประกาศเพิ่มเติมเมื่อปี พ.ศ. 2568 เรื่องแนวทางสำหรับเจ้าพนักงานในการกำหนดให้แหล่งกำเนิดมลพิษต้องมี “ผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย” โดยผู้ควบคุมต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ 

หน้าปก เว็บ

ประเภทของกลุ่มเป้าหมายที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) มองเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุดได้แก่

  • ระบบบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน
    น้ำเสียชุมชน คือน้ำเสียที่เกิดจากกิจกรรมประจำวันและกิจกรรมที่เป็นอาชีพของประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชน ได้แก่ น้ำเสียที่เกิดจากการประกอบอาหารและชำระล้างสิ่งสกปรกทั้งหลายในครัวเรือน และอาคารประเภทต่างๆ ซึ่งก่อให้เกิดสารอินทรีย์ในน้ำเสีย เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ที่มาจากเศษข้าว ก๋วยเตี๋ยว พืชผัก น้ำแกง เนื้อสัตว์ เป็นต้น อีกทั้งยังก่อให้เกิดสารอนินทรีย์ในน้ำเสีย, โลหะหนักและสารพิษ, น้ำมันและเศษวัตถุลอยน้ำต่างๆ, ฟองจากสารซักฟอก และกลิ่น เป็นต้น
  • ฟาร์มสุกร (ฟาร์มหมู)
    สถานประกอบการหรืออณาเขตบริเวณที่ใช้เป็นการเลี้ยงดูสุกรอย่างเป็นระบบ เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้า หรือการเลี้ยงดูเพื่อผลิตลูกสุกร ทั้งระบบเปิด-ระบบปิด โดยเฉพาะประเภท ก ที่มีสุกรมากกว่า 5,000 ตัว และประเภท ข ที่มีสุกร 500 – 5,000 ตัว ซึ่งมีการปล่อยน้ำเสียปริมาณมากและมีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น
  • หอพัก, คอนโดมิเนียม, โรงแรม, โรงพยาบาล และนิคมอุตสาหกรรม
    กลุ่มอาคารและนิคมอุตสาหกรรม จะถูกแบ่งประเภทตาม “ขนาด” และ “ปริมาณการใช้น้ำ/จำนวนห้อง” โดยอ้างอิงตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ใช้กำกับดูแล โดยแบ่งเป็นลักษณะดังนี้

กลุ่มหอพัก คอนโดมิเนียม และโรงแรม

ประเภท ก : โรงแรมที่มี 200 ห้องขึ้นไป หรือ อาคาร (คอนโดมิเนียม) ที่มี 500 ห้องขึ้นไป 

ประเภท ข : โรงแรมที่มี 60 – 200 ห้อง หรือ อาคาร (คอนโดมิเนียม) ที่มี 100 – 500 ห้อง

ประเภท ค, ง, จ : หอพัก หรืออพาร์ทเม้น ที่มี 10 – 50 ห้อง

3

ผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสียที่มีใบประกอบวิชาชีพคือใคร?

เนื่องจากกฎหมายกำหนดว่าผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย จะต้องมีใบอนุญาตฯ ซึ่งแบ่งเป็น 2 สายอาชีพหลักๆ ได้แก่

  • วิศวกรสิ่งแวดล้อม ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (สภาวิศวกร) เพื่อดูแลโครงสร้างระบบ ตั้งแต่การออกแบบ การคำนวณการไหลของน้ำ และการซ่อมบำรุงเครื่องจักร ตลอดจนยังช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างเสถียร ประหยัดพลังงานไฟฟ้า และป้องกันโครงสร้างระบบชำรุดเสียหาย 
  • นักวิทยาศาสตร์/เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม (สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) เพื่อดูแลคุณภาพน้ำและระบบชีวภาพ วิเคราะห์ค่าสารปนเปื้อนฯ และควบคุมการใช้จุลินทรีย์ โดยมั่นใจได้ว่าน้ำที่ปล่อยออกสู่ธรรมชาติมีค่า BOD, COD และ ตะกอนแขวนลอย ต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด 
2

ทำไมต้องมีผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย?

  • จัดทำแบบรายงาน ทส.1 ซึ่งเป็นการบันทึกรายละเอียดการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสียในแต่ละวัน 
  • จัดทำแบบรายงาน ทส.2 ซึ่งเป็นรายงานสรุปผลการทำงานรายเดือน กำหนดส่งทุกวันที่ 15 ของทุกเดือน
  • ตรวจสอบและเก็บข้อมูลการทำงานของเครื่องจักร รวมถึงปริมาณน้ำเสีย และประสิทธิภาพของการบำบัด เพื่อวางแผนการจัดการคุณภาพน้ำต่อไป
1

การมีผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสียที่มีใบประกอบวิชาชีพ ไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อเลี่ยงโทษปรับ แต่คือการวางรากฐานให้ธุรกิจเติบโตไปพร้อมกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

หากไม่ปฏิบัติตามถือว่าผิดกฎหมายไหม?

หากไม่จัดทำรายงานหรือจัดทำรายงานเท็จ มีโทษทั้งจำคุกและปรับ ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) บทลงโทษถูกแบ่งออกตามลักษณะความผิด ได้แก่

  • “ไม่ส่งรายงาน” หรือ “ส่งไม่ครบ” (มาตรา 104) หากเจ้าของแหล่งกำเนิดมลพิษไม่จัดทำสถิติ ข้อมูล หรือไม่ส่งรายงานสรุปผล (ทส.2) ตามที่กฎหมายกำหนดระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 
  • “รายงานเท็จ” (มาตรา 105) หากผู้ควบคุมระบบ หรือเจ้าของสถานประกอบการ หรือกรอกข้อมูลที่เป็นเท็จลงในรายงาน ทส.1 หรือ ทส.2 ระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 
  • หากถูกตรวจพบว่าปล่อยน้ำเสียเกินมาตรฐานและยังไม่รีบแก้ไข ตามกฎหมายสามารถปรับได้รายวันจนกว่าจะแก้ไขเสร็จสิ้น 

ประโยชน์และความคุ้มค่าของการมีผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย?

  • ป้องกันปัญหาการปล่อยของเสียออกนอกพื้นที่
  • ลดปริมาณของเสียที่ลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ
  • ควบคุมคุณภาพของเสียตามกฎหมายกำหนดได้

การลงทุนจ้างผู้เชี่ยวชาญอาจดูเหมือนเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่หากพิจารณาในเชิงธุรกิจ นี่คือการลงทุนที่คุ้มค่า การมีผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสียที่มีใบประกอบวิชาชีพ ไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับชุมชนนและสังคมโดยรอบ

สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่