ผู้ควบคุมมลพิษประเภทบริษัทที่ปรึกษา ทิ้งงาน โรงงานต้องทำงัยต่อ?

Content #3 Content #16

เมื่อบริษัทที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นผู้ดูแลระบบบำบัดมลพิษ (น้ำ อากาศ กากอุตสาหกรรม) เกิดเลิกกิจการหรือทิ้งงานกะทันหัน ผู้ประกอบการโรงงานอาจเกิดความกังวลว่าโรงงานของเราจะมีความผิดทางกฎหมายทันทีหรือไม่? และควรมีแนวทางจัดการอย่างไรให้ถูกต้องตามกฎหมาย

Table of Contents

หากบริษัทที่ปรึกษาทิ้งงาน โรงงานจะผิดกฎหมายทันทีหรือไม่?

คำตอบคือ “ยังไม่ผิดทันที” แต่จะมีเงื่อนไขด้านเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจน 

  • บุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมประจำโรงงาน (น้ำ/อากาศ/กากอุตสาหกรรม): ตามกฎหมายกรมโรงงานอุตสาหกรรม หากบริษัทที่ปรึกษาเดิม (ที่ขึ้นทะเบียนในนามนิติบุคคล) พ้นสภาพหรือปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ โรงงานมีหน้าที่ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้กรมโรงงานฯ ทราบภายใน 15 วัน และต้องดำเนินการ จัดหาบุคลากรใหม่มาทดแทนภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ไม่มีบุคลากรปฏิบัติหน้าที่

สามารถเปลี่ยนบริษัทที่ปรึกษาระหว่างสัญญาได้หรือไม่?

หากบริษัทที่ปรึกษายกเลิกสัญญา หรือดำเนินการต่อไม่ได้ สามารถดำเนินการเปลี่ยนบริษัทฯใหม่ได้ แต่กระบวนการทั้งหมดขึ้นอยู่กับสัญญาจ้างตามที่ตกลงของทั้งสองฝ่าย ซึ่งกรณีที่สามารถเปลี่ยน หรือยกเลิกสัญญาได้มี 3 กรณี ได้แก่

  • เลิกสัญญาเนื่องจากที่ปรึกษาดำเนินการผิดเงื่อนไข โดยปฎิบัติไม่ตรงตามขอบเขต (TOR) เช่น ส่งงานล่าช้ากว่ากำหนดมาก งานไม่เป็นไปตามคุณภาพที่ตกลง หรือที่ปรึกษาถูกเพิกถอนใบอนุญาตวิชาชีพ กรณีนี้โรงงานในฐานะผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์ในการยกเลิกสัญญาจ้างได้ โดยต้องดำเนินการทำหนังสือแจ้งเตือน ตามขั้นตอน และอาจมีสิทธิ์เรียกร้องค่าปรับหรือค่าเสียหายตามที่ระบุในสัญญาได้
  • เลิกสัญญาโดยไม่มีฝ่ายใดกระทำผิด โดยสัญญามาตรฐานฉบับนี้มักมีข้อกำหนดที่เปิดช่องให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถบอกเลิกสัญญาได้ แม้ไม่มีการกระทำผิดเงื่อนไขก็ตาม แต่ข้อกำหนดนี้มักบังคับว่า ต้องแจ้งล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร ภายใน 15 วันทำการ
  • การตกลงยกเลิกสัญญาร่วมกัน หากมีการประเมินว่าการดำเนินงานไม่ตรงกัน หรือไม่เป็นไปตามทิศทางที่กำหนดของทั้งสองฝ่าย สามารถดำเนินการเจรจาและตกลงร่วมกันเพื่อยุติสัญญาได้ โดนต้องทำเอกสารบันทึกข้อตกลงยกเลิกสัญญากันเป็นลายลักษณ์อักษรเช่นกัน

ต้องแจ้งหน่วยงานใดบ้างเมื่อเปลี่ยนบริษัทที่ปรึกษา?

หากบริษัทต้องการเปลี่ยนบริษัทที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ต้องดำเนินการแจ้งกรมโรงงานอุตสาหกรรมตามข้อกำหนดภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยมีข้อกฎหมายที่เกียวข้องดังต่อไปนี้

  • พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535
  • ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การกำหนดชนิดและขนาดของโรงงาน กำหนดวิธีการควบคุบคุมการปล่อยของเสีย มลพิษ หรือสิ่งใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กำหนดคุณสมบัติของผู้ควบคุมคุมดูแล ผู้ปฏิบัติงานประจำ และหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนผู้ควบคุมดูแลสำแลสำหรับระบบป้องกันสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ พ.ศ.ศ. 2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การกำหนดชนิดและขนาดของโรงงาน กำหนดวิธีการควบคุมการปล่อยของเสีย มลพิษ หรือสิ่งใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กำหนดคุณสมบัติของผู้ควบคุมดูแล ผู้ปฏิบัติงานประจำ และหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนผู้ควบคุมดูแลสำหรับระบบป้องกันสิ่งแวดล้อมเป็นพินพิษ(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554
  • ประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม เรื่อง คุณสมบัติ การฝึกอบรมและการสอบมาตรฐานของบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมประจำโรงงาน พ.ศ. 2554
  • ประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม เรื่อง การแจ้งและการรับแจ้งการมีบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมประจำโรงงาน พ.ศ.2556

หรือหากมีหน่วยงานอนุญาตอื่นๆ เช่น โรงงานในนิคมอุตสาหกรรม อาจจะต้องดำเนินการแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามเงื่อนไขในเอกสารอนุญาตของโครงการ

หากรายงานขาดช่วงจะมีผลอย่างไร?

การส่งรายงานสิ่งแวดล้อมไม่ต่อเนื่อง หรือไม่ส่งตามกำหนด อาจะส่งผลที่ตามมา เช่น

  • เอกสารที่อ้างถึงถูกส่งแต่ข้อมูลไม่ครบถ้วน และไม่แจ้งให้หน่วยงานทราบภายใน 15 วัน และหากยังไม่ผ่านการพิจารณา อาจต้องแก้ไขเพิ่มเติม อาจะส่งผลกระทบต่อสถานะการอนุมัติของโครงการด้วย
  • การพิจารณา EIA อาจทำให้เกิดการสะดุด และส่งผลให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจได้
  • หากรายงานขาดช่วงนานเกินไป มีโอกาสถูกพักใช้หรือเพิกถอนได้ แต่ไม่ใช่ทุกกรณี อาจะเป็นสถานะของการรายงานขาดช่วง ซึ่งเป็นเงื่อนไขบังคับตามใบอนุญาตหรือกฎหมาย และหน่วยงานผู้อนุญาตถูกมองว่าไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข
Content #16 (1)

วิธีเลือกบริษัทที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำทำอย่างไร?

การลือกบริษัทที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องตรวจสอบใบอนุญาตโดยรับรองจากหน่วยงานต้อนสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม หรือหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดกฎหมาย โดยมีวิธีการเลือกดังนี้

  • ตรวจสอบประสบการณ์ในอุตสาหกรรม
      1. บริษัทที่ปรึกษาที่ดีควรมีประสบการณ์ตรงในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกับเรา เพราะแต่ละธุรกิจมีบริบทกระบวนการผลิต และลักษณะของมลพิษที่แตกต่างกัน ที่ปรึกษาที่เข้าใจหน้างานจริงจะสามารถให้คำแนะนำที่สอดคล้องกับระบบมาตรฐาน (เช่น ISO 14001) และสามารถเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่ปฏิบัติได้จริง คุ้มค่าต้นทุน ไม่ใช่เพียงแค่การแนะนำตามทฤษฎี
  • ตรวจสอบใบอนุญาตและคุณสมับติของบุคลากร

ต้องตรวจสอบลึกลงไปถึง “ตัวบุคคลและเครื่องมือ” ที่จะเข้ามาปฏิบัติงาน เช่น

  1. เจ้าหน้าที่มีใบอนุญาตขึ้นทะเบียนเป็น ผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษ ถูกต้องตามกฎหมายกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือไม่
  2. ห้องปฏิบัติการ (Lab) ที่ใช้ตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้รับการรับรองมาตรฐานและขึ้นทะเบียนกับกรมโรงงานฯ
  • ตรวจสอบผลงานหี่ผ่านมา
      1. ก่อนตัดสินใจ ควรขอดูประวัติผลงานที่ผ่านมา หรือขอชื่อบริษัทลูกค้าอ้าอ้างอิงเพื่อตรจสอบความน่าเชื่อถือ(Track Record) เช่น ประวัติการทำงานที่ผ่านมาเคยมีเคสรายงานไม่ผ่านการพิจารณา หรือมีปัญหาถูกร้องเรียนหรือไม่ เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทนี้มีความเป็นมืออาชีพและสามารถรับผิดชอบงานโครงการขนาดใหญ่ได้จริง
  • มีระบบติดตามงานและการนำส่งรายงานที่ชัดเจน

ข้อนี้สำคัญมากในการป้องกันปัญหาจุกจิกและการผิดกฎหมาย บริษัทที่ปรึกษาควรมี ตารางการทำงาน และปฏิทินติดตามกฎหมายที่ชัดเจน เช่น

  1. มีระบบแจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนถึงกำหนดส่งรายงานต่างๆ (เช่น รอบส่งผล EIA ทุก 6 เดือน หรือรายงาน ทส.1/ทส.2)
  2. มีการกำหนดระยะเวลา (SLA) ในการส่งมอบผลวิเคราะห์และรูปเล่มรายงานให้เราตรวจสอบก่อนกำหนดส่งจริง เพื่อให้มีเวลาแก้ไขหากพบข้อผิดพลาด และป้องกันการส่งงานล่าช้าซึ่งอาจนำไปสู่ค่าปรับทางกฎหมาย

สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่