การจัดเก็บกากอันตรายที่ถูกต้อง

Content #3 Content#20 16:9

การจัดเก็บกากอันตรายที่ถูกต้อง ต้องเริ่มจากการคัดแยกแบ่งแยกประเภทของกากนั้นๆ เพื่อให้เกิดการวางแผนเรื่องของพื้นที่ในการจัดเก็บ มีภาชนะที่เหมาะสมสำหรับการรองรับ และมีการป้องกันการรั่วไหลภายในโรงงาน หรือการรั่วไหลออกสู่ภายนอกได้

การคัดแยกและการจัดเก็บกากอันตรายในโรงงานอุตสาหกรรม

กากอันตราย ไม่ใช่แค่ต้องทิ้งให้ถูกที่ แต่ต้องคัดแยกและจัดเก็บให้ถูกวิธี ตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งการคัดแยกจึงเป็นหัวใจหลักสำคัญของความถูกต้อง ที่จะสามารถทำให้เรามีการวางแผนเรื่องการจัดเก็บที่ถูกต้องและปลอดภัย

  • คัดแยกกากอันตรายตั้งแต่ต้นทาง
    • การแยกกากอันตรายจากกากทั่วไป และจำแนกตามชนิด คุณสมบัติของกากอุตสาหกรรม เช่น น้ำมันใช้แล้ว สารเคมี ภาชนะปนเปื้อน ตัวทำละลาย หรือวัสดุที่มีสารอันตราย เพื่อป้องกันการปะปนและปฏิกิริยาที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้
  • การใช้ภาชนะที่เหมาะสม
    • การใช้ภาชนะต้องมีความแข็งแรง อยู่ในสภาพที่ไม่รั่วซึม และเหมาะสมกับคุณสมบัติของกากที่บรรจุ ไม่ควรใช้ภาชนะที่ชำรุดหรือไม่เหมาะสมกับสารเคมีนั้นๆ
  • การติดฉลากและระบุข้อมูลให้ชัดเจน
    • ควรระบุข้อมูลที่สำคัญ เช่น ชื่อ หรือประเภทกากอุตสาหกรรม, ลักษณะ หรือคุณสมบัติที่เป็นอันตราย, วันที่เริ่มจัดเก็บ และข้อมูลอื่นๆที่จำเป็นต่อการจัดการและความปลอดภัย
  • พื้นที่จัดเก็บที่มีความเหมาะสม
    • มีพื้นที่ในการจัดเก็บกากอุตสาหกรรมที่เหมาะสมและเพียงพอตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมระบบป้องกันการรั่วซึม
  •  
Gemini Generated Image 6s7m4x6s7m4x6s7m

ประเภทขยะอันตรายที่พบบ่อยในครัวเรือน

ขยะอันตรายจากครัวเรือน ที่ต้องทำการคัดแยกพิเศษ ซึ่งเป็นขยะอันตรายมีหลายประเภท และแต่ละประเภทควร แยกออกจากขยะทั่วไป เนื่องจากอาจมีสารพิษ สารไวไฟ สารกัดกร่อน หรือสารที่ปนเปื้อนสิ่งแวดล้อมได้ ตัวอย่างเช่น

ประเภท

ตัวอย่างกากที่เป็นอันตราย

ความเสี่ยง

แบตเตอรี่

ถ่านไฟฉาย, แบตเตอรี่มือถือ, แบตเตอรี่รถยนต์

สารตะกั่ว, แคดเมียม, ลิเธียม

หลอดไฟ

หลอดฟลูออเรสเซนต์, หลอดประหยัดไฟ

ปรอท

สารเคมีในบ้าน

น้ำยาล้างท่อ, ยาฆ่าแมลง, สีทาบ้าน, กระป๋องสี น้ำยาทาไม้, ทินเนอร์ 

กัดกร่อน, เป็นพิษ, ไวไฟ

ยาและเวชภัณฑ์

ยาหมดอายุ, ปรอทวัดไข้,ยาหมดอายุ ยาที่ไม่ใช้แล้ว อุปกรณ์บางประเภท 

สารตกค้าง, การปนเปื้อน

กระป๋องสเปรย์

สเปรย์ฉีดผม, สเปรย์ทำความสะอาด

แรงดัน, ไวไฟ

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

มือถือเก่า, สายชาร์จ, ฮาร์ดดิสก์

โลหะหนัก, สารเคมี

ภาชนะสารเคมี 

ขวดน้ำยาล้างห้องน้ำ, น้ำยาฆ่าเชื้อ, น้ำยาทำความสะอาดบางชนิด 

มีฤทธิ์กัดกร่อน

น้ำมันและสารหล่อลื่นใช้แล้ว 

น้ำมันเครื่อง, น้ำมันหล่อลื่นจากรถยนต์ 

 

วิธีการจัดการที่ถูกต้องในครัวเรือน

  • แยกใส่ภาชนะเฉพาะ
    • รวบรวมใส่ถุงหรือกล่องที่ปิดมิดชิด แยกจากขยะทั่วไป
    • เขียนป้ายหน้าถุงว่า “ขยะอันตราย” ให้ชัดเจน
    • เก็บสารเคมียังคงอยู่ในบรรจุภัณฑ์เดิม ไม่เทรวมกัน
  • พื้นที่เก็บชั่วคราว
    • เลือกมุมแห้ง ปลอดภัย พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง
    • ไม่เก็บใกล้แหล่งความร้อนหรือแสงแดด
    • แยกประเภทสารที่เข้ากันไม่ได้ (เช่น กรดกับเบส)
  • ไม่กระทำดังนี้
    • ไม่เทสารเคมีลงท่อระบายน้ำหรือชักโครก
    • ไม่เผาขยะอันตราย
    • ไม่ฝังกลบในดิน
    • ไม่ทิ้งรวมกับขยะทั่วไป

วิธีการส่งต่อไปยังผู้รับกำจัดที่ได้รับอนุญาต

เนื่องจากปัจจุบัน หน่วยงานต่างๆ ได้ให้ความสำคัญต่อการจัดการด้านขยะอันตรายมากขึ้น จึงมีการกำหนดจุดทิ้งขยะอันตราย เมื่อรวบรวมได้ปริมาณหนึ่ง ให้นำไปทิ้งตามจุดที่กำหนดได้แก่ 

  • สำนักงานเขต/เทศบาล/อบต. – มีจุดรับขยะอันตราย
  • ห้างสรรพสินค้า – บางแห่งมีจุดรับแบตเตอรี่และหลอดไฟ
  • ปั๊มน้ำมัน – รับน้ำมันเครื่องและสารเคมีบางประเภท
  • รอรถเก็บขยะเทศบาล – บางพื้นที่มีบริการเก็บขยะอันตรายเป็นรอบพิเศษ

การส่งต่อให้ผู้รับกำจัดที่ได้รับอนุญาต

  • สำหรับโรงงาน
    • เลือกผู้รับกำจัดที่มีใบอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรร
    • ตรวจสอบระบบการกำจัด (เผาทำลาย, ฝังกลบ, รีไซเคิล, บำบัด)
    • เก็บเอกสาร Manifest และใบรับรองการกำจัด

  • สำหรับครัวเรือน
    • ส่งมอบให้หน่วยงานท้องถิ่นหรือบริษัทรับกำจัดขยะอันตราย
    • ไม่จ้างผู้รับกำจัดที่ไม่มีใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดนกระทำผิดกฎหมายได้

ประโยชน์ของการจัดการที่ถูกต้อง

  1. ลดความเสี่ยงต่อสุขภาพและความปลอดภัย
    ช่วยป้องกันการสัมผัสสารเคมี สารพิษ ของมีคม หรือสารไวไฟที่อาจเป็นอันตรายต่อคนในครัวเรือน พนักงานเก็บขยะ และผู้ปฏิบัติงานด้านการจัดการของเสีย
  2. ป้องกันการปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม
    การแยกขยะอันตรายออกจากขยะทั่วไปช่วยลดโอกาสที่สารพิษและสารเคมีจะรั่วไหลลงสู่ ดิน แหล่งน้ำ และระบบนิเวศ
  3. ลดความเสี่ยงจากการเกิดไฟไหม้หรือปฏิกิริยาทางเคมี
    ขยะบางประเภท เช่น แบตเตอรี่ กระป๋องสเปรย์ หรือสารเคมี อาจเกิดความร้อน การลุกไหม้ หรือปฏิกิริยาเมื่อจัดเก็บหรือกำจัดไม่ถูกต้อง
  4. ทำให้สามารถบำบัดและกำจัดได้อย่างเหมาะสม
    เมื่อมีการคัดแยกตั้งแต่ต้นทาง ผู้รับผิดชอบสามารถเลือกวิธี บำบัด รีไซเคิล นำกลับมาใช้ประโยชน์ หรือกำจัด ให้เหมาะกับคุณสมบัติของขยะแต่ละประเภท
  5. ลดปริมาณขยะที่ต้องกำจัดขั้นสุดท้าย
    ขยะบางประเภทสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์หรือรีไซเคิลได้ หากไม่ถูกปะปนกับขยะประเภทอื่นตั้งแต่ต้นทาง
  6. ลดค่าใช้จ่ายในการจัดการของเสีย
    การคัดแยกอย่างเป็นระบบช่วยให้การรวบรวม ขนส่ง และกำจัดมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดต้นทุนที่เกิดจากการจัดการขยะปะปน
  7. สนับสนุนการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
    การคัดแยกเป็นจุดเริ่มต้นของระบบจัดการของเสียที่มีประสิทธิภาพ ช่วยลดมลพิษ ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และสร้างความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
Chatgpt Image 20 ส.ค. 2569 13 48 42

สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่