
สรุปสาระสำคัญ
การบริหารการจัดการกากอุตสาหกรรมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เป็นองค์ประกอบสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ผู้ประกอบการโรงงานต้องทำความเข้าใจและปฏิบัติตามกฎหมายหลัก เช่น พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง (วอ.7, วอ.8, วอ.9) ควบคู่ไปกับการจัดตั้งระบบภายในเพื่อคัดแยกและบรรจุของเสียอันตรายอย่างปลอดภัย ก่อนส่งมอบให้ผู้รับกำจัดที่ได้รับใบอนุญาต พร้อมลงทะเบียนและยื่นเอกสารผ่านระบบ e-Waste Tracking เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านมลพิษและบทลงโทษทางกฎหมาย
ในอุตสาหกรรมการผลิต สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ “ของเสีย” หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “กากอุตสาหกรรม” ซึ่งอาจอยู่ในรูปของของแข็ง ของเหลว หรือสารเคมีที่มีความอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หากโรงงานไม่มีระบบจัดการที่เหมาะสมและไม่เป็นไปตามกฎหมาย อาจนำไปสู่ปัญหาการปนเปื้อนในดิน น้ำ อากาศ ส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ รวมถึงความเสี่ยงด้านบทลงโทษทางกฎหมายที่รุนแรง ตั้งแต่ค่าปรับ การสั่งระงับกิจการ ไปจนถึงโทษทางอาญา
กฎหมายการจัดการขยะและกากอุตสาหกรรมจากโรงงาน จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวของผู้ประกอบการอีกต่อไป แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน อีกทั้งการบริหารจัดการกากของเสียอย่างถูกต้องไม่เพียงช่วยให้โรงงานดำเนินงานได้อย่างมั่นใจ แต่ยังสะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมกับช่วยเสริมความน่าเชื่อถือให้แก่องค์กรในระยะยาวอีกด้วย
ประเทศไทยมีกฎหมายและประกาศ ที่ใช้ควบคุมการจัดการกากอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน โดยมีหน่วยงานหลักคือ กรมโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งกำกับดูแลตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางของการกำจัดของเสีย กฎหมายสำคัญที่ผู้ประกอบการควรทำความเข้าใจ ได้แก่
กฎหมายฉบับนี้กำหนดหน้าที่ของโรงงานในการควบคุมการปล่อยของเสีย มลพิษ และกากอุตสาหกรรมออกสู่สิ่งแวดล้อม โรงงานต้องจัดให้มีระบบจัดการของเสียที่ปลอดภัย และต้องรายงานข้อมูลต่อหน่วยงานรัฐอย่างถูกต้อง หากฝ่าฝืนอาจมีโทษทั้งทางแพ่งและอาญา
กฎหมายแม่บทด้านสิ่งแวดล้อมที่มุ่งเน้นการป้องกัน แก้ไข และฟื้นฟูผลกระทบจากมลพิษ รวมถึงกากอุตสาหกรรม โดยโรงงานต้องดำเนินการในลักษณะที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนและระบบนิเวศ
ประกาศชุดนี้เป็นหัวใจสำคัญของการจัดการกากอุตสาหกรรมในทางปฏิบัติ ครอบคลุมตั้งแต่การจัดทำบัญชีของเสีย การขนส่ง ไปจนถึงการรับกำจัดปลายทาง เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ในทุกขั้นตอน
ประกาศชุดนี้ เป็นการกำหนดมาตรฐานของภาชนะบรรจุ การขนส่ง และผู้ให้บริการกำจัดของเสีย ซึ่งต้องได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันการลักลอบทิ้งหรือกำจัดอย่างไม่เหมาะสม

เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นระบบและสอดคล้องกับกฎหมายการจัดการกากอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการสามารถแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ ดังนี้
ผู้ประกอบการควรจัดให้มีระบบคัดแยก กักเก็บ และรายงานปริมาณของกากอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะของเสียอันตราย ซึ่งมีหลักปฏิบัติ 4 ข้อ ดังนี้
ขั้นตอนตามที่กฎหมายกำหนด
เมื่อพร้อมจะส่งของเสียออกไปจัดการภายนอก ต้องดำเนินการผ่านระบบดิจิทัลตามที่รัฐกำหนด โดยมีสิ่งที่ต้องทำ คือ
หากโรงงานของคุณมีกากอุตสาหกรรมอันตราย แต่ไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากตรงไหน หรือไม่มีทีมงานที่ชำนาญด้านการจัดการของเสียอุตสาหกรรม Siam Environmental Technologies พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ที่คุณวางใจได้ ด้วยประสบการณ์การให้บริการกำจัดกากอุตสาหกรรมอันตรายกว่า 30 ปี เรามีทีมวิศวกรสิ่งแวดล้อมผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการควบคุมคุณภาพน้ำทิ้งและของเสียให้เป็นไปตามกฎหมายการจัดการกากอุตสาหกรรม และมาตรฐานสิ่งแวดล้อม
สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
A : หากโรงงานไม่มีระบบจัดการที่เหมาะสมและไม่เป็นไปตามกฎหมาย อาจนำไปสู่บทลงโทษทางกฎหมายที่รุนแรง ตั้งแต่ค่าปรับ การสั่งระงับกิจการ ไปจนถึงโทษทางอาญา นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงต่อปัญหาการปนเปื้อนในดิน น้ำ อากาศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบได้
A : ระบบ e-Waste Tracking คือระบบที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนดให้โรงงานลงทะเบียนและอัปโหลดเอกสารผ่านทางออนไลน์ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบการจัดการของเสียได้แบบ Real-time ซึ่งเป็นขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้
A : โรงงานควรตรวจสอบใบอนุญาตของผู้รับกำจัดกากของเสียอย่างละเอียด และพิจารณาจากผลงานที่ผ่านมา เพื่อให้มั่นใจว่าการจัดการกากของเสียจากโรงงานจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้องตามกฎหมาย และป้องกันการลักลอบทิ้งหรือกำจัดอย่างไม่เหมาะสม
Copyright © Siam Environmental Technologies Co., Ltd.
