การประเมินคุณภาพน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรม ด้วยค่าพารามิเตอร์

บ่อบําบัดน้ำเสียโรงงานอุตสาหกรรม

 

สรุปสาระสำคัญ

การลงทุนในระบบบำบัดน้ำเสียโรงงานอุตสาหกรรมไม่ใช่เพียงการทำตามกฎหมาย แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญที่เปลี่ยนของเสียให้เป็นโอกาส ลดความเสี่ยงในการถูกสั่งหยุดกิจการ และช่วยลดต้นทุนการผลิตระยะยาวผ่านเทคโนโลยีการหมุนเวียนน้ำและพลังงานกลับมาใช้ใหม่ การมีระบบที่ดียังจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ซึ่งเป็นใบเบิกทางสู่ตลาดสากล หากละเลยประเด็นนี้ ธุรกิจอาจต้องเผชิญค่าปรับมหาศาล เสียความเชื่อมั่น รวมถึงยังอาจต้องสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่คู่แข่งที่ยั่งยืนกว่า

 

Table of Contents

 

น้ำเสียจากกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมล้วนมีส่วนประกอบปนเปื้อนทั้งสารอินทรีย์ สารเคมี โลหะหนัก และตะกอนแขวนลอยที่หากปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อมโดยไม่ผ่านการบำบัดจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อแหล่งน้ำ ระบบนิเวศ สุขภาพมนุษย์ รวมถึงสร้างความเสี่ยงทางกฎหมายแก่ผู้ประกอบการ การลงทุนติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียที่ออกแบบให้เหมาะกับลักษณะน้ำเสียของแต่ละโรงงาน จึงไม่ใช่เพียง “ต้นทุนที่จำเป็น” แต่ยังเป็น “การลงทุนเชิงกลยุทธ์” ที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันระยะยาวอย่างแท้จริง โดยบทความนี้จะมาอธิบายถึง 5 ประโยชน์สำคัญที่ผู้ประกอบการจะได้รับจากการมีระบบบำบัดน้ำเสียโรงงานอุตสาหกรรมที่มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐาน

 

1. ลดความเสี่ยงการถูกดำเนินคดีและค่าปรับจากการปล่อยมลพิษเกินมาตรฐาน

ความเสี่ยงด้านกฎหมาย (Legal Risk) ถือเป็นความเสี่ยงที่ร้ายแรงที่สุดสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม โดยปัจจุบัน ในประเทศไทยมีกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดหลากหลายฉบับ ไม่ว่าจะเป็น พระราชบัญญัติโรงงาน (Factory Act), พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่องกำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้ง โดยหากไม่มีการควบคุมการปล่อยน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม หรือมีระบบที่ขาดประสิทธิภาพ จนทำให้ค่าดัชนีชี้วัดคุณภาพน้ำเกินกว่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด อาจกระทบต่อการทำงานขององค์กรได้ ไม่ว่าจะเป็น 

  • BOD (Biochemical Oxygen Demand): ปริมาณออกซิเจนที่จุลินทรีย์ใช้ย่อยสลายสารอินทรีย์
  • COD (Chemical Oxygen Demand): ปริมาณออกซิเจนที่ใช้ย่อยสลายสารเคมี
  • TSS (Total Suspended Solids): ปริมาณของแข็งแขวนลอย
  • pH: ความเป็นกรด-ด่าง
  • Heavy Metals: การปนเปื้อนของโลหะหนัก

 

ผลกระทบที่ตามมาไม่ใช่เพียงแค่ “ค่าปรับ” ที่อาจสูงลิ่ว แต่ยังรวมถึงคำสั่งทางปกครองที่อาจสั่งให้ “หยุดประกอบกิจการชั่วคราว” เพื่อปรับปรุงแก้ไข หรือร้ายแรงที่สุดคือการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน นอกจากนี้ ผู้บริหารยังอาจต้องรับผิดทางอาญาหากเกิดผลกระทบต่อสุขภาพของชุมชนโดยรอบ ดังนั้น การลงทุนระบบบำบัดน้ำเสียโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้มาตรฐานจึงเปรียบเสมือนการซื้อประกันภัยความเสี่ยงทางธุรกิจที่คุ้มค่าที่สุด

 

2. ลดต้นทุนการจัดการน้ำเสียและค่าใช้น้ำระยะยาว

ในเชิงวิศวกรรมเศรษฐศาสตร์ การมองต้นทุนต้องมองแบบ Total Cost of Ownership (TCO) แม้ว่าการลงทุนก่อสร้างบำบัดน้ำเสียโรงงานอุตสาหกรรม (CAPEX) จะดูเหมือนเป็นตัวเลขที่สูงในตอนแรก แต่เมื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) ในระยะยาว จะพบว่าระบบที่ดีช่วยลดต้นทุนได้มหาศาล

  • ลดค่าจ้างกำจัดกากของเสีย : โรงงานหลายแห่งเลือกใช้วิธีจ้างบริษัทเอกชนขนถ่ายน้ำเสียไปกำจัด ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่อคิวบิกเมตรที่สูงมากและผันผวนตามราคาน้ำมัน การมีระบบบำบัดภายในโรงงานจะตัดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ออกไปได้เกือบทั้งหมด
  • การหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ใหม่ : เทคโนโลยีบำบัดน้ำเสียสมัยใหม่ เช่น ระบบเมมเบรน (Membrane Bioreactor – MBR) หรือระบบ Reverse Osmosis (RO) สามารถปรับปรุงคุณภาพน้ำทิ้งให้สะอาดพอที่จะนำกลับมาใช้ใหม่ในกิจกรรมที่ไม่สัมผัสผลิตภัณฑ์โดยตรง เช่น น้ำในหอผึ่งเย็น (Cooling Tower), น้ำล้างพื้น, หรือน้ำรดน้ำต้นไม้ การทำเช่นนี้จะช่วยลด “ค่าน้ำดิบ” หรือค่าน้ำประปาที่ต้องซื้อเข้ามาในกระบวนการผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • ลดค่าปรับรายวัน : การที่น้ำทิ้งผ่านมาตรฐานตลอดเวลา หมายความว่าองค์กรจะไม่ต้องเสียเงินไปกับค่าปรับรายวัน หรือค่าใช้จ่ายในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจโรงงาน

 

3. การเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรและความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR)

ในยุคปัจจุบัน ความยั่งยืน (Sustainability) และแนวคิด ESG (Environmental, Social, and Governance) กลายเป็นปัจจัยชี้ขาดในการทำธุรกิจ ภาพลักษณ์ของโรงงานที่ปล่อยควันดำหรือน้ำเสียลงคลองคือภาพจำที่สามารถทำลายแบรนด์ได้อย่างถาวร เนื่องจากผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้ดูแค่คุณภาพของสินค้า แต่ดูถึง “ที่มา” ของสินค้า นักลงทุนสถาบันและธนาคารเริ่มนำเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมมาเป็นเงื่อนไขในการปล่อยสินเชื่อ การที่โรงงานมีระบบบำบัดน้ำเสียโรงงานอุตสาหกรรมที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ จะเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ได้อีกทางหนึ่ง

  • สร้างความเชื่อมั่นให้ชุมชน : การอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างเป็นมิตรคือกุญแจสำคัญของการดำเนินธุรกิจระยะยาว โรงงานที่ไม่สร้างมลพิษทางกลิ่นและน้ำเสีย จะได้รับความไว้วางใจและแรงสนับสนุนจากชุมชน ลดปัญหาการร้องเรียนและการประท้วงที่อาจขัดขวางการดำเนินงาน
  • Brand Value : การสื่อสารออกไปว่ากระบวนการผลิตของโรงงานคุณเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยเพิ่มมูลค่าแบรนด์ ทำให้ผู้บริโภครู้สึกดีที่ได้สนับสนุนสินค้า และสร้างความภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว

 

วิศวกรกำลังดูแลระบบบำบัดน้ำเสียโรงงานอุตสาหกรรม

 

4. เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการลดของเสีย

“น้ำเสีย” คือสัญญาณของความไร้ประสิทธิภาพในการผลิต เพราะสิ่งที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำเสียคือวัตถุดิบ สารเคมี หรือพลังงานที่หลุดรอดออกมาจากกระบวนการผลิตโดยไม่ได้ถูกเปลี่ยนเป็นสินค้า การออกแบบระบบการปล่อยน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมที่ดี จึงต้องวิเคราะห์ย้อนกลับไปถึงต้นตอ และสามารถนำไปสู่การกู้คืนทรัพยากรได้ 

  • การกู้คืนวัตถุดิบ : ในบางอุตสาหกรรม เช่น โรงงานชุบโลหะหรืออาหาร น้ำเสียอาจมีโลหะมีค่าหรือโปรตีนปะปนอยู่ เทคโนโลยีการแยกสารสามารถดึงสิ่งเหล่านี้กลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งเป็นการลดต้นทุนวัตถุดิบโดยตรง
  • การผลิตพลังงานทดแทน : สำหรับอุตสาหกรรมแป้ง, อาหาร หรือผลิตภัณฑ์แปรรูปเกษตร ที่น้ำเสียมีความเข้มข้นจากสารอินทรีย์สูง การใช้ระบบบำบัดน้ำเสียโรงงานอุตสาหกรรมแบบไร้อากาศจะสามารถผลิต “ก๊าซชีวภาพ” (Biogas) ซึ่งนำไปปั่นกระแสไฟฟ้าใช้ในโรงงาน หรือใช้เป็นเชื้อเพลิงในหม้อไอน้ำ (Boiler) ทดแทนน้ำมันเตาได้ 
  • การตรวจสอบประสิทธิภาพการผลิต : ค่าความสกปรกในน้ำเสียที่สูงผิดปกติมักเป็นสัญญาณเตือนว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในไลน์การผลิต ช่วยให้วิศวกรฝ่ายผลิตแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที ก่อนที่จะเกิดความเสียหายต่อตัวสินค้า

 

หากโรงงานของคุณมีน้ำเสียที่ปนเปื้อนสารเคมีและต้องการระบบจัดการที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และผ่านการรับรองอย่างถูกต้อง Siam Environmental Technologies พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ที่คุณวางใจได้ ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี ในการบำบัดน้ำเสียที่ปนเปื้อนของอุตสาหกรรมทุกประเภท โดยเฉพาะน้ำเสียที่มีสารเคมีอันตราย เรามีทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการควบคุมคุณภาพน้ำทิ้งให้เป็นไปตามเกณฑ์กฎหมายและมาตรฐานสากล

 

สนใจรับบริการหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

 

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Do environmental CSR practices promote corporate social performance? The mediating role of green innovation and corporate image. สืบค้นข้อมูลเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 จาก https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S2666784323000566
  2. The role of corporate social responsibility and government incentives in installing industrial wastewater treatment plants: SEM-ANN deep learning approach. สืบค้นข้อมูลเมื่อวันที่12 ธันวาคม 2568 จาก https://www.nature.com/articles/s41598-023-37239-1

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระบบบำบัดน้ำเสียโรงงานอุตสาหกรรม (FAQs) 

Q : หากโรงงานมีพื้นที่จำกัด จะสามารถติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพได้หรือไม่ ?

A : สามารถทำได้ เทคโนโลยีบําบัดน้ำเสียโรงงานอุตสาหกรรมสมัยใหม่ เช่น ระบบ MBR (Membrane Bioreactor) ถูกออกแบบมาให้ใช้พื้นที่น้อยกว่าระบบบ่อบำบัดแบบเดิมถึง 50-70% โดยเน้นการใช้ระบบเยื่อกรองประสิทธิภาพสูงแทนถังตกตะกอนขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับการปรับปรุงโรงงานเดิมหรือโรงงานที่มีพื้นที่จำกัด

 

Q : การนำน้ำเสียที่บำบัดแล้วกลับมาใช้ใหม่ (Water Reuse) คุ้มค่าแก่การลงทุนหรือไม่ ?

A : คุ้มค่ามากในระยะยาว โดยเฉพาะโรงงานที่มีการใช้น้ำปริมาณมาก การนำน้ำที่ผ่านการบำบัดขั้นสูง (เช่น ผ่านระบบ RO) กลับมาใช้ในระบบหล่อเย็น (Cooling Tower) หรือล้างทำความสะอาดพื้น จะช่วยลดต้นทุนค่าน้ำดิบได้ทันที จุดคุ้มทุน (ROI) มักอยู่ที่ 2-3 ปี ขึ้นอยู่กับอัตราค่าน้ำในพื้นที่และเทคโนโลยีที่เลือกใช้

 

Q : ถ้าจ้างบริษัทภายนอกขนถ่ายน้ำเสียไปกำจัด จะประหยัดกว่าการสร้างระบบบำบัดเองจริงหรือไม่ ?

A : อาจดูประหยัดกว่าในช่วงแรกเพราะไม่ต้องลงทุนก่อสร้าง (CAPEX) แต่ในระยะยาว ค่าจ้างขนถ่ายและกำจัด (OPEX) จะสูงกว่าค่าเดินระบบเองหลายเท่าตัว นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังมีความเสี่ยงหากผู้รับจ้างนำไปทิ้งผิดกฎหมาย กฎหมายปัจจุบันกำหนดให้ผู้กำเนิดของเสียต้องร่วมรับผิดชอบจนกว่าของเสียจะถูกกำจัดอย่างถูกต้อง

 

Q : น้ำเสียประเภทใดที่สามารถนำมาผลิตเป็นพลังงานทดแทน (Biogas) ได้ ?

A : น้ำเสียที่มีสารอินทรีย์ปนเปื้อนสูง (High COD/BOD) เช่น โรงงานแป้งมัน, โรงงานน้ำมันปาล์ม, โรงงานแปรรูปอาหาร หรือโรงงานเอทานอล เหมาะสำหรับการใช้ระบบบำบัดแบบไร้อากาศเพื่อผลิตก๊าซชีวภาพ แต่หากเป็นน้ำเสียจากเคมีภัณฑ์หรือโลหะหนัก จะไม่สามารถผลิตก๊าซได้

 

Q : ระบบบำบัดน้ำเสียโรงงานอุตสาหกรรมเก่าสามารถปรับปรุงให้ผ่านมาตรฐานใหม่โดยไม่ต้องทุบทำใหม่ได้ไหม?

A : ทำได้ โดยวิศวกรจะเข้าไปประเมินระบบเดิมเพื่อหาจุดคอขวด อาจใช้วิธีเปลี่ยนเครื่องเติมอากาศให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น, การเติมตัวกลางเพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวให้จุลินทรีย์ หรือการติดตั้งระบบควบคุมอัตโนมัติ เพื่อควบคุมค่าต่าง ๆ ให้แม่นยำขึ้น ซึ่งใช้งบประมาณน้อยกว่าการสร้างใหม่

This will close in 0 seconds