กำจัดน้ำเสียโรงงานอุตสาหกรรม สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการควรรู้

ระบบบำบัดน้ำเสียช่วยลดมลภาวะทางน้ำ

ปัจจุบันปริมาณน้ำเสียจากภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของธุรกิจ ซึ่งหากปล่อยน้ำเสียเหล่านี้ลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติโดยไม่ผ่านการบำบัด จะส่งผลกระทบร้ายแรงทั้งต่อระบบนิเวศ สุขภาพของคนในชุมชน รวมถึงสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีให้แก่องค์กร การจัดการน้ำเสียอย่างถูกวิธีจึงเป็นเรื่องที่ทุกโรงงานอุตสาหกรรมควรให้ความสำคัญ และปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด 

Siam Environmental Technologies คือผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมที่ให้บริการกำจัดน้ำเสียโรงงานอุตสาหกรรม และตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ โดยทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ เพื่อให้โรงงานสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม

เจาะลึกระบบบำบัดน้ำเสีย สำคัญแค่ไหน ?

“น้ำ” ปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต ที่สิ่งมีชีวิตทุกชนิดขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ สัตว์ หรือพืช แต่ปัจจุบัน ปริมาณน้ำเสียในแหล่งน้ำเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ระบบบำบัดน้ำเสียกลายเป็นระบบที่ทุกประเทศทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ เพราะเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดมลภาวะทางน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

สำหรับภาคอุตสาหกรรม การลงทุนในระบบบำบัดน้ำเสียโรงงาน คือปัจจัยหลักที่ช่วยให้กระบวนการผลิตดำเนินภายใต้กรอบข้อกำหนดทางกฎหมาย ทั้งยังมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรน้ำภายในองค์กร และสร้างความยั่งยืนให้แก่ธุรกิจ 

แล้วในการบำบัดน้ำเสีย จะมีขั้นตอนอย่างไร มีวิธีใดบ้าง และส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมรวมถึงสิ่งมีชีวิตทุกชนิดมากน้อยแค่ไหน เรามีทุกเรื่องของวิธีการจัดการน้ำเสียมาบอกกัน

น้ำเสียคืออะไร มาจากที่ไหนบ้าง ?

น้ำเสีย หมายถึง น้ำที่มีสิ่งสกปรก สารเคมี หรือสิ่งปฏิกูลทุกชนิดปนเปื้อนอยู่ เช่น ยาฆ่าแมลง สารอินทรีย์ ไขมัน ผงซักฟอก ทำให้คุณสมบัติของน้ำถูกเปลี่ยนแปลงไปจนไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้อีก โดยมีที่มาจาก 2 แหล่งใหญ่ ๆ ด้วยกัน ได้แก่

น้ำเสียทั่วไปจากชุมชน
น้ำเสียทั่วไปจากชุมชน

น้ำเสียจากแหล่งชุมชน

น้ำเสียจากแหล่งนี้เกิดจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันของมนุษย์ จึงมักพบในเขตที่มีผู้อยู่อาศัยและอาคารบ้านเรือนตั้งอยู่จำนวนมาก

น้ำเสียอันตรายจากอุตสาหกรรม
น้ำเสียอันตรายจากอุตสาหกรรม

น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม

เป็นน้ำเสียที่เกิดจากกระบวนการต่าง ๆ ในโรงงานอุตสาหกรรม มักมีสิ่งสกปรกจำพวกสารเคมีที่เป็นพิษ โลหะหนัก และสารอินทรีย์เข้มข้นชนิดต่าง ๆ เจือปนอยู่จำนวนมาก วิธีบำบัดน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมจึงต้องมีความซับซ้อนกว่าน้ำเสียจากแหล่งชุมชน

ความหมายและความสำคัญของระบบบำบัดน้ำเสีย

ระบบบำบัดน้ำเสีย (Wastewater Treatment) หมายถึง ระบบที่ช่วยกำจัดสิ่งปนเปื้อนในน้ำเสียจากทั้งชุมชนและโรงงานอุตสาหกรรม จนน้ำมีคุณภาพดีมากขึ้น เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและส่งผลเสียต่อแหล่งน้ำธรรมชาติ ลดความเสี่ยงการเป็นแหล่งแพร่ระบาดของเชื้อโรค ป้องกันการเกิดมลพิษทางน้ำ และลดปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์จากน้ำเน่าด้วย

หลังจากบำบัดแล้ว น้ำเหล่านั้นก็จะถูกระบายลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ รวมถึงนำกลับมาใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ เช่น เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และด้านอื่น ๆ ซึ่งหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบหน้าที่นี้ก็คือโรงบำบัดน้ำเสีย ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกรมควบคุมมลพิษ ปัจจุบันมีทั้งหมด 118 แห่งทั่วประเทศไทย

การบำบัดน้ำเสียในบ่อตกตะกอน
บ่อตกตะกอนหรือ Sedimentation Pond

วิธีบำบัดน้ำเสีย

วิธีบำบัดน้ำเสียที่ใช้ในการปรับปรุงคุณภาพน้ำ หลัก ๆ แล้ว สามารถทำได้ 3 วิธีด้วยกัน แต่จะเลือกใช้วิธีไหนนั้น ต้องพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ทั้งลักษณะของน้ำเสีย ระดับการบำบัดที่ต้องการ งบประมาณ และสภาพแวดล้อม ซึ่งรายละเอียดของแต่ละวิธี มีดังนี้

วิธีบำบัดน้ำเสีย

หลักการ

ตัวอย่างกระบวนการ

การบำบัดทางกายภาพ (Physical Treatment)

แยกของแข็งและสิ่งเจือปนออกจากน้ำ ลดปริมาณสารแขวนลอยเป็นหลัก

ตะแกรงดักขยะ, ถังดักกรวดทราย, ถังตกตะกอน และการกำจัดไขฝ้า

การบำบัดทางเคมี (Chemical Treatment)

ใช้สารเคมีทำปฏิกิริยากับน้ำเสีย เพื่อปรับสภาพและกำจัดสารปนเปื้อน

ปรับค่า pH, ตกตะกอนโลหะหนัก, กำจัดไขมันและเชื้อโรค

การบำบัดทางชีวภาพ (Biological Treatment)

ใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำเป็นแหล่งพลังงาน ลดค่าความสกปรก

ระบบเติมอากาศ, ตะกอนเร่ง (Activated Sludge), บ่อบําบัดน้ำเสียหรือบ่อจุลินทรีย์

 

ประเภทของระบบบำบัดน้ำเสีย

ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสียสำหรับแต่ละพื้นที่นั้น สามารถเลือกใช้ประเภทของระบบตามความเหมาะสม ดังนี้

ประเภทของระบบ

หลักการทำงาน

จุดเด่น

เหมาะกับโรงงาน 

บ่อปรับเสถียร (Equalization Pond)

พักน้ำเสียในบ่อบําบัดน้ำเสียขนาดใหญ่ตื้น ให้จุลินทรีย์ทำงานร่วมกับแสงแดดและออกซิเจนย่อยสลายสารอินทรีย์ โดยใช้เวลาประมาณ 7-30 วัน 

ต้นทุนต่ำ ใช้กระบวนการธรรมชาติ

โรงงานที่มีพื้นที่มาก น้ำเสียไม่รุนแรง

บ่อเติมอากาศ (Aeration Pond)

พัฒนาจากบ่อปรับเสถียร เติมอากาศเพิ่มออกซิเจน ให้จุลินทรีย์ทำงานเร็วขึ้น

บำบัดเร็วกว่าแบบธรรมชาติ

โรงงานที่มีน้ำเสียสารอินทรีย์สูง ต้องการผลเร็ว

บึงประดิษฐ์ (Constructed Wetland)

จำลองระบบนิเวศ ใช้พืชน้ำ ดิน และวัสดุกรอง ย่อยสลายและดูดซับสารที่รากพืชและชั้นดิน

เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดูแลง่าย

น้ำที่ผ่านการบำบัดเบื้องต้นแล้ว และต้องการลดค่ามลพิษก่อนปล่อย

ตะกอนเร่ง (Activated Sludge)

ระบบบำบัดน้ำเสียแบบตะกอนเร่ง เป็นระบบปิดที่ควบคุมถังปฏิกรณ์ใกล้ชิด จุลินทรีย์ในถังเติมอากาศตลอดเวลา ย่อยสารอินทรีย์เร็วและมีประสิทธิภาพสูง

คุมคุณภาพน้ำหลังบำบัดได้เข้มงวด

โรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องควบคุมคุณภาพน้ำทิ้งอย่างเข้มงวด

แผ่นจานหมุนชีวภาพ (Rotating Biological Contactor)

แผ่นพลาสติกหมุนในถัง จุลินทรีย์เกาะผิวแผ่น หมุนผ่านน้ำและอากาศสลับกัน

ประหยัดพลังงาน ดูแลรักษาง่าย ระบบเสถียร

โรงงานที่มีพื้นที่จำกัด และต้องการความเสถียร

โปรยกรอง (Trickling Filter)

น้ำเสียไหลผ่านชั้นวัสดุกรอง เช่น กรวด หรือแผ่นพลาสติก ที่มีจุลินทรีย์เกาะ ย่อยสลายอย่างต่อเนื่อง

โครงสร้างเรียบง่าย ใช้พลังงานน้อย

โรงงานที่มีปริมาณน้ำเสียไม่มาก

ขั้นตอนการบำบัดน้ำเสียที่ควรรู้

ในการบำบัดน้ำเสียให้กลายเป็นน้ำที่ได้มาตรฐานนั้น จะแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนด้วยกัน ซึ่งมีรายละเอียดของแต่ละขั้นตอน ดังนี้

Step
A
การคัดแยกน้ำมันออกจากน้ำ

1. การบำบัดขั้นต้น (Preliminary Treatment)

กระบวนการบำบัดน้ำด้วยการใช้ตะแกรงหยาบ ตะแกรงละเอียด ถังดักกรวดทราย ถังตกตะกอนเบื้องต้น และเครื่องกำจัดไขฝ้า เพื่อแยกของแข็งออกมาจากน้ำเสีย โดยสามารถกำจัดของแข็งประเภทแขวนลอยได้ถึง 50-70%

B
การบำบัดด้วยจุลินทรีย์ในบ่อเติมอากาศ

2. การบำบัดขั้นที่สอง (Secondary Treatment)

การบำบัดขั้นที่สองเป็นการบำบัดด้วยกระบวนการชีวภาพ โดยใช้การเลี้ยงจุลินทรีย์ในสภาวะที่ควบคุมได้ เพื่อให้จุลินทรีย์ทำหน้าที่กำจัดสารอินทรีย์ที่เจือปนอยู่ในน้ำ ทำให้น้ำมีคุณภาพดีขึ้น หลังจากนั้นจึงใช้ถังตกตะกอนแยกจุลินทรีย์ออกมาแล้วนำไปผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อโรคอีกครั้ง

C
กรองขั้นสุดท้ายด้วย Active Carbon

3. การบำบัดขั้นสูง (Advance Treatment)

ขั้นตอนสุดท้าย เป็นกระบวนการกำจัดสารตกค้างที่ตกตะกอนได้ยาก ทั้งสารอาหาร สี สารแขวนลอย และสารเคมีอื่น ๆ เพื่อให้น้ำสามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้ พร้อมปล่อยน้ำลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ และป้องกันการเกิดปัญหาน้ำเน่าเสีย

กากตะกอนจากระบบบำบัดน้ำเสียจัดการอย่างไร ?

กากตะกอนจากระบบบำบัดน้ำเสีย (Sludge) คือผลพลอยได้ที่เกิดขึ้นหลังจากผ่านกระบวนการตกตะกอนและการย่อยสลาย กากตะกอนเหล่านี้หากปล่อยทิ้งไว้อาจเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็น รวมถึงมีสารพิษสะสม จึงต้องมีกระบวนการจัดการอย่างถูกวิธี ดังนี้

  • การรีดน้ำและลดปริมาณ (Dewatering) : ใช้เครื่องรีดตะกอน (Filter Press, Centrifuge) เพื่อลดปริมาณน้ำ ช่วยลดขนาดและน้ำหนักของกากตะกอน ง่ายต่อการขนย้าย
  • การหมักหรือปรับสภาพ (Stabilization) : นำกากตะกอนไปหมักย่อยเพื่อลดกลิ่นและฆ่าเชื้อโรค
  • การนำไปใช้ประโยชน์หรือกำจัด (Disposal/Utilization ) : หากเป็นกากตะกอนไม่อันตราย สามารถนำไปทำเป็นปุ๋ยหมัก หรือสารปรับปรุงดินได้ ส่วนกากตะกอนที่เป็นอันตรายจากโรงงานอุตสาหกรรม จะต้องส่งไปยังผู้รับกำจัดกากอุตสาหกรรมที่ได้รับอนุญาต เพื่อนำไปเผาในเตาเผาความร้อนสูงหรือฝังกลบอย่างปลอดภัย
Dji 0362
ศูนย์บำบัดน้ำเสีย SEN Treatment Plant
โลโก้บริษัท Siam En Tech

ข้อดีของการบำบัดน้ำเสีย

การติดตั้งระบบและการจัดการน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพ มอบประโยชน์อย่างมหาศาลต่อทั้งธุรกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม โดยมีข้อดีหลักดังนี้

ปกป้องสิ่งแวดล้อม

น้ำเสียที่ผ่านการบำบัดจะมีคุณภาพเหมาะสม สามารถปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติได้ ซึ่งจะช่วยลดการปนเปื้อนสารเคมี สารอินทรีย์ และโลหะหนัก อีกทั้งยังไม่ทำลายระบบนิเวศหรือสุขภาพของผู้อยู่อาศัยในชุมชนโดยรอบ

ปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม

การบำบัดน้ำเสียช่วยให้โรงงานอุตสาหกรรมปฏิบัติตามข้อกำหนดของกรมควบคุมมลพิษ ช่วยลดความเสี่ยงในการถูกปรับ สั่งหยุดกิจการ หรือดำเนินคดีทางกฎหมาย

ลดต้นทุนระยะยาว

น้ำที่ผ่านการบำบัดสามารถนำกลับมาใช้ในกระบวนการผลิต ล้างพื้น หรือรดน้ำต้นไม้ภายในโรงงานได้ ช่วยลดค่าใช้น้ำประปา และลดความจำเป็นในการซื้อทรัพยากรเพิ่ม

ยืดอายุการใช้งานของระบบและเครื่องจักร

น้ำเสียที่มีสารกัดกร่อนหรืออนุภาคแขวนลอย หากไม่ผ่านการบำบัด อาจส่งผลให้ท่อส่งน้ำหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ เสื่อมสภาพเร็ว การบำบัดน้ำเสียจึงช่วยป้องกันความเสียหายและยืดอายุของระบบภายในโรงงาน

ส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร

องค์กรที่มีการจัดการน้ำเสียอย่างมีประสิทธิภาพ แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือในสายตาของคู่ค้า นักลงทุน และผู้บริโภค

สนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การจัดการน้ำเสียอย่างเหมาะสมเป็นส่วนหนึ่งของแนวทาง ESG (Environment, Social, Governance) ที่หลายองค์กรให้ความสำคัญในปัจจุบัน ช่วยให้ธุรกิจเติบโตควบคู่กับความยั่งยืน

Siam Environmental Technologies บริการกำจัดน้ำเสียโรงงานอุตสาหกรรม

สำหรับผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องการจัดการน้ำเสีย ที่ Siam Environmental Technologies เราพร้อมให้บริการกำจัดน้ำเสียโรงงานอุตสาหกรรม ด้วยระบบบำบัดที่ได้มาตรฐาน ทำงานด้วยเทคโนโลยีการบำบัดที่ทันสมัย ปลอดภัย รองรับการใช้งานทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการบำบัดน้ำเสียรวม หรือน้ำเสียปนเปื้อนน้ำมัน และเรายังมีห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำเสียที่ได้รับการรับรองจากกรมอุตสาหกรรมให้บริการด้วย

สนใจบริการจัดการน้ำเสีย หรือบริการอื่น ๆ เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญของ Siam Environmental Technologies ได้ที่ 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการกำจัดน้ำเสีย (FAQs)

ต้องพิจารณาประเภทของน้ำเสีย ปริมาณน้ำเสีย พื้นที่ติดตั้ง มาตรฐานน้ำทิ้ง และงบประมาณ โดยควรให้ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ข้อมูลก่อนออกแบบระบบ

ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำเสีย เทคโนโลยีที่เลือก ความซับซ้อนของกระบวนการ และพื้นที่ติดตั้ง จึงควรสำรวจหน้างานก่อนประเมินราคา

ได้ หากคุณภาพน้ำผ่านเกณฑ์ที่กำหนด สามารถนำน้ำกลับมาใช้ในกระบวนการผลิต ล้างพื้นที่ หรือรดน้ำต้นไม้ เพื่อลดการใช้น้ำประปาและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร

ความถี่ในการตรวจวัดขึ้นอยู่กับประเภทกิจการและข้อกำหนดของหน่วยงานที่กำกับดูแล โดยหลายโรงงานจำเป็นต้องตรวจวิเคราะห์และจัดทำรายงานตามรอบที่กฎหมายกำหนด

มี ผู้ประกอบการสามารถเลือกใช้บริการรับกำจัดน้ำเสียโรงงานอุตสาหกรรมจากผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งช่วยลดภาระด้านการลงทุน การบริหารระบบ และการควบคุมคุณภาพน้ำทิ้ง

Plan Your Perfect Waste Management With Us